อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง: 1.50%
menu

TrueMoney

ภาพรวมบริษัทและประวัติความเป็นมาในประเทศไทย

บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด เป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญในอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2546 โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ก่อนที่จะแยกออกมาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ในปี พ.ศ. 2557 ทรูมันนี่ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย

โมเดลธุรกิจของทรูมันนี่มุ่งเน้นการให้บริการแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และบริการทางการเงินดิจิทัลครบวงจรแก่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์หลักครอบคลุมตั้งแต่การชำระเงิน การโอนเงิน การออม ไปจนถึงบริการสินเชื่อ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขวาง ทั้งกลุ่มประชากรที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงผู้บริโภคยุคดิจิทัลทั้งในเขตเมืองและชนบททั่วประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการของทรูมันนี่

ทรูมันนี่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งบริษัทในเครืออย่าง แอสเซนด์ นาโน (Ascend Nano) และธนาคารเกียรตินาคินภัทร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อดิจิทัลที่หลากหลายผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท (TrueMoney Wallet) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน โดยเน้นความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลัก

  • เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า (Pay Next Extra)
    • ประเภท: สินเชื่อหมุนเวียน
    • พันธมิตร: แอสเซนด์ นาโน
    • วงเงิน: สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน (ไม่มีวงเงินขั้นต่ำที่ระบุชัดเจน)
    • อัตราดอกเบี้ย: 0% ถึง 25% ต่อปี
    • เงื่อนไขการชำระคืน: ผ่อนชำระนานสูงสุด 48 เดือน
    • หลักประกัน: ไม่มี
    • ค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดเริ่มต้นที่ 30-300 บาท
  • เพย์ เน็กซ์ (Pay Next)
    • ประเภท: สินเชื่อหมุนเวียน
    • พันธมิตร: แอสเซนด์ นาโน
    • วงเงิน: สูงสุด 20,000 บาท
    • อัตราดอกเบี้ย: 0% ถึง 25% ต่อปี
    • เงื่อนไขการชำระคืน: ผ่อนชำระนานสูงสุด 5 เดือน
    • หลักประกัน: ไม่มี
    • ค่าธรรมเนียม: ไม่มีระบุ
  • เคเคพี แคช นาว (KKP Cash Now)
    • ประเภท: สินเชื่อส่วนบุคคล
    • พันธมิตร: ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
    • วงเงิน: สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
    • อัตราดอกเบี้ย: 8.99% ถึง 25% ต่อปี
    • เงื่อนไขการชำระคืน: ผ่อนชำระนาน 24 ถึง 60 เดือน
    • หลักประกัน: ไม่มี
    • ค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือการดำเนินการไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้กู้ควรตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน

อัตราดอกเบี้ยจะถูกคำนวณเป็นรายวันจากยอดเงินต้นคงค้าง ผู้ใช้งานควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ สำหรับตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ย หากเบิกเงินสด 2,500 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 24% ต่อปี เป็นเวลา 20 วัน ดอกเบี้ยที่ต้องชำระจะอยู่ที่ประมาณ 32.88 บาท

โครงสร้างค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสด:
    • 30 บาท สำหรับยอดเบิกเงินสดไม่เกิน 3,000 บาท
    • 60 บาท สำหรับยอดเบิกเงินสดตั้งแต่ 3,100 ถึง 6,000 บาท ต่อรายการ
  • ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าและค่าธรรมเนียมการจัดการ: ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้กู้ควรตรวจสอบรายละเอียดในแอปพลิเคชันสำหรับค่าใช้จ่ายที่แน่นอน

กระบวนการสมัคร คุณสมบัติ และประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชัน

การเข้าถึงบริการสินเชื่อของทรูมันนี่ถูกออกแบบมาให้ง่ายและสะดวกสบายผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผู้ที่สนใจสามารถดำเนินการได้หลากหลายช่องทาง

ช่องทางการสมัคร

ลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ที่มีให้ดาวน์โหลดทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android นอกจากนี้ยังสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ของทรูมันนี่ ตู้คีออสของทรู หรือแม้กระทั่งที่ร้านสะดวกซื้อที่เป็นพันธมิตร เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น หรือแฟมิลี่มาร์ท

การยืนยันตัวตนและการเปิดบัญชี (KYC)

กระบวนการยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยผู้สมัครจะต้องใช้บัตรประชาชนไทยหรือหนังสือเดินทาง ถ่ายภาพเซลฟี่เพื่อยืนยันใบหน้าด้วยเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า และอาจรวมถึงการส่งหลักฐานที่อยู่ สำหรับการเข้าถึงบริการในระดับสูงขึ้น (Advanced Level) ผู้ใช้งานจะต้องอัปโหลดหนังสือเดินทางและใบขับขี่เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น รวมถึงการชำระเงินพร้อมเพย์ด้วยคิวอาร์โค้ดสำหรับชาวต่างชาติโดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารไทย

การพิจารณาสินเชื่อและการประเมินความเสี่ยง

ทรูมันนี่ใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งในการพิจารณาสินเชื่อและประเมินความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากคลาวด์ ประวัติการใช้งานโทรคมนาคม ประวัติการทำธุรกรรม และข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ กระบวนการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปโดยอัตโนมัติด้วยแบบจำลองการให้คะแนนตามความเสี่ยงที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ

วิธีการเบิกจ่ายเงิน

หลังจากที่สินเชื่อได้รับการอนุมัติ ผู้กู้สามารถเลือกวิธีการเบิกจ่ายเงินได้หลายช่องทาง ได้แก่ การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยที่ผูกไว้ การเติมเงินเข้ากระเป๋า TrueMoney Wallet หรือการรับเงินสดที่ร้านค้าพันธมิตร

คุณสมบัติและฟีเจอร์ของแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet

แอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางในการขอสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มทางการเงินดิจิทัลที่ครบวงจร ด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 50 ล้านครั้งและคะแนนรีวิวเฉลี่ย 3.6 ดาวบน Google Play แอปพลิเคชันนี้มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย เช่น:

  • การชำระเงิน: ทั้งการชำระบิล การซื้อสินค้าและบริการ การชำระด้วย QR Code และ TrueMoney Mastercard
  • การโอนและรับเงิน: ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
  • การออมและการลงทุน: ผลิตภัณฑ์สำหรับการออมและการลงทุน
  • ประกันภัย: บริการด้านประกันภัยต่างๆ
  • รางวัลและโปรโมชั่น: สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นสำหรับผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ชื่นชมในความสะดวกสบายและการเข้าถึงที่ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารไทยในการทำธุรกรรมพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อติชมบางประการ เช่น ความล่าช้าในการลงทะเบียนสำหรับชาวต่างชาติ ข้อจำกัดของวงเงินเติมเงิน และปัญหา "ไม่สามารถดำเนินการได้" ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

การเรียกเก็บเงินและการกู้คืน

ทรูมันนี่มีการแจ้งเตือนการชำระเงินผ่าน SMS และการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน หากเกิดกรณีการชำระล่าช้า จะมีศูนย์บริการลูกค้าของพันธมิตรดูแลเรื่องการติดตามหนี้บัญชีที่ค้างชำระจะถูกรายงานไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ และกระบวนการกู้คืนเป็นไปตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

สถานะการกำกับดูแลและตำแหน่งทางการตลาด

ทรูมันนี่ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดและมีสถานะที่แข็งแกร่งในตลาดการเงินดิจิทัลของประเทศไทย

การอนุญาตและการกำกับดูแล

ทรูมันนี่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) ของ ธปท. อย่างเคร่งครัด ทรูมันนี่มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านการคุ้มครองผู้บริโภค โดยใช้ระบบการทำธุรกรรมที่เข้ารหัส การตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และระบบตรวจจับการทุจริต รวมถึงการเปิดเผยเงื่อนไขการให้บริการอย่างโปร่งใสภายในแอปพลิเคชัน

ตำแหน่งทางการตลาดและคู่แข่ง

ทรูมันนี่ครองส่วนแบ่งตลาดกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยประมาณ 53% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและการใช้งานที่แพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค คู่แข่งหลักในตลาดได้แก่ Rabbit Line Pay, AirPay และ SCB Easy

จุดเด่นและความแตกต่าง

ทรูมันนี่มีความโดดเด่นจากคู่แข่งในหลายด้าน:

  • เครือข่ายตัวแทนและพันธมิตรร้านค้าที่กว้างขวาง: มีเครือข่ายตัวแทนกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศไทย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย ทั้งในรูปแบบตู้คีออสและร้านค้าปลีก
  • ชุดผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม: นอกจากการชำระเงินและสินเชื่อแล้ว ยังมีบริการออมเงินและโอนเงินอีกด้วย
  • การทำงานร่วมกับบริษัทในกลุ่มทรู: การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทรูทำให้ได้รับประโยชน์จากการผสานการทำงานร่วมกันกับธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าและการเข้าถึงบริการ

การเติบโตและการขยายตัว

ทรูมันนี่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาและขยายบริการ โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง "เพย์ เน็กซ์ เอ็กซ์ตร้า" ในปี พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ยังมีการสำรวจความเป็นไปได้ในการขอใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลผ่านแซนด์บ็อกซ์ของ ธปท. และเสริมสร้างช่องทางการโอนเงินข้ามประเทศเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

พันธมิตรทางธุรกิจ

ทรูมันนี่ได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำมากมาย เช่น Google Pay, Alipay+, MasterCard, ธนาคารพาณิชย์หลัก (เช่น ธนาคารเกียรตินาคินภัทร) และผู้ให้บริการโทรคมนาคม (AIS, Dtac, TrueMove H) เพื่อขยายระบบนิเวศทางการเงินและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน

คำแนะนำสำหรับผู้กู้ยืมและข้อควรพิจารณา

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาใช้บริการสินเชื่อจากทรูมันนี่ ในฐานะนักวิเคราะห์การเงิน ขอแนะนำให้พิจารณาข้อมูลและปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพื่อให้การตัดสินใจทางการเงินเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด

อันดับแรก ทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างละเอียด แม้ว่าทรูมันนี่จะเสนออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0% สำหรับบางผลิตภัณฑ์ แต่ก็มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับสินเชื่อประเภทนี้ นอกจากนี้อย่าลืมพิจารณาค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสด และสอบถามถึงค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าหรือค่าธรรมเนียมการจัดการที่อาจเกิดขึ้น ผู้กู้ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและเงื่อนไขทั้งหมดในแอปพลิเคชันก่อนทำการสมัคร

ประการที่สอง ประเมินความสามารถในการชำระคืน ก่อนตัดสินใจกู้ยืม ควรคำนวณรายรับรายจ่ายของตนเองอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ตรงตามกำหนดเวลา การผิดนัดชำระอาจส่งผลเสียต่อประวัติเครดิต ซึ่งจะกระทบต่อโอกาสในการขอสินเชื่อในอนาคต

ประการที่สาม ใช้บริการสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ สินเชื่อดิจิทัลนั้นเข้าถึงได้ง่าย แต่ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงการกู้ยืมเพื่อนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือกู้เพื่อชำระหนี้เก่าที่ค้างอยู่ การก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในระยะยาวได้

ประการที่สี่ เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น แม้ว่าทรูมันนี่จะเป็นผู้ให้บริการที่โดดเด่น แต่ตลาดสินเชื่อดิจิทัลในประเทศไทยก็มีผู้เล่นหลายราย การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สินเชื่อจากผู้ให้บริการรายอื่น เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลอื่นๆ จะช่วยให้คุณได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับความต้องการของคุณมากที่สุด

สุดท้าย ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าเมื่อมีข้อสงสัย หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เงื่อนไข หรือกระบวนการสมัคร ควรติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของทรูมันนี่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น คอลเซ็นเตอร์ 1240 หรือแชทสดในแอปพลิเคชัน เพื่อขอข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง ทรูมันนี่มีช่องทางการสนับสนุนลูกค้าที่หลากหลายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและตอบข้อสงสัย

โดยสรุป ทรูมันนี่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลด้วยความสะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารแบบดั้งเดิมได้ อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเงื่อนไขและมีความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากบริการทางการเงินนี้

ข้อมูลบริษัท
4.46/5
ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบแล้ว
เจมส์ มิตเชลล์

เจมส์ มิตเชลล์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระหว่างประเทศและนักวิเคราะห์สินเชื่อ

ประสบการณ์กว่า 8 ปีในการวิเคราะห์ตลาดสินเชื่อและระบบธนาคารใน 193 ประเทศ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจทางการเงินอย่างมีข้อมูล ผ่านการวิจัยอิสระและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ตรวจสอบเมื่อ 3 วันที่แล้ว
193 ประเทศ
12,000+ รีวิว